เพื่อนคู่คิดคนซื้อบ้าน-คอนโด รายงานความเคลื่อนไหวในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

‘เอพี’ ส่ง 3 นวัตกรรม ย้ำ Quality of Life



ถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะตอกหมุด ย้ำวิสัยทัศน์ AP WORLD, A Vision for  Quality of Life ของ เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปี เมื่อ เอพี ได้อัพเดตความก้าวหน้ากับ 3 นวัตกรรม ที่ถูกพัฒนาขึ้นตามกระบวนการของ Stanford Desing Thinking หลังจากตกผลึกกับแนวคิดนี้มาสักระยะก็ถึงเวลาที่จะต้องปล่อยของกันเสียที
วิทการ จันทวิมล
“ทั้ง 3 นวัตกรรม เกิดจากกระบวนการ Desing Thinking ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้เกิดการ Disrupt อะไรใหญ่โต อาจเป็นแค่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ เพื่อแก้ Pain Point ให้กับลูกบ้าน แต่ต้องเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้อยู่อาศัย” วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป กล่าว

เอพีใช้เงินลงทุนไปกับ 3 นวัตกรรมนำร่องนี้ทั้งสิ้น 660 ล้านบาท เริ่มดำเนินการมาประมาณ 1-2 ปี ตั้งแต่การเอาวิสัยทัศน์ในเรื่องของ Quality of Life มาจับ พบว่ามี 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ เรื่องของความปลอดภัย และเรื่องของการอยู่อย่างคงทนยั่งยืน นำเข้าสู่กระบวนการ Desing Thinking จนได้บทสรุปออกมาเป็น 3 นวัตกรรม 3 สไตล์
KATSAN หรือ คัดสรร ในชื่อภาษาไทย หนึ่งในนวัตกรรมที่ เอพี ปล่อยออกมาชุดแรก เพื่อแก้ Pain Point อันดับต้นๆ ในเรื่องของการอยู่อาศัยให้กับผู้บริโภค นั่นคือเรื่องของความปลอดภัยในโครงการ ซึ่งเป็นความต้องการแฝงเชิงลึก (Unmet Need) และเป็นความกังวลใจจากบริการที่อาจจะยังไม่ตอบโจทย์

KATSAN คือ บริการจัดการความปลอดภัยภายในหมู่บ้านในเรื่องการคัดสรรบุคคลภายนอกที่จะเข้าสู่โครงการ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง Computer Vision และการประมวลผลผ่าน AI เหมือนเป็นผู้คุ้มกันส่วนตัวอัจฉริยะ (Personal Guardian) ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดจากความหละหลวม ด้วย Security Matrix การประมวลผลการเข้าออกอัจฉริยะ
นอกจากนี้ KATSAN ยังมีฟังก์ชันการบริหารจัดการความปลอดภัยอื่นๆ ที่เชื่อมต่อเจ้าของบ้าน ทีมบริหารจัดการหมู่บ้าน (Property Management) และส่วนงานรักษาความปลอดภัย (Security Team) เข้าสู่ฐานข้อมูลหลักของหมู่บ้าน ที่สามารถนำมาวิเคราะห์ วางแผนการบริหารจัดการ รองรับการเข้า-ออกในโครงการได้

HOMEWISER คือ อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ทีม เอพี พัฒนาขึ้น เพื่อแก้ Pain Point ในเรื่องของการดูแลบ้านที่ผู้อยู่อาศัยมักจะมีความกังวลจากความไม่รู้ว่าจะดูแลมันอย่างไร เพื่อให้บริการด้านการดูแล บำรุงรักษาบ้าน เสมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำบ้าน (Personal Home Advisor) ด้วยแนวคิดการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive  Maintenance)
รวมถึงบริการตรวจเช็คและวางแผน สุขภาพบ้านโดยผู้เชี่ยวชาญ (Home Health Check & Planning) พร้อมเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ ไว้อย่างเป็นระบบผ่านฐานข้อมูลที่สะดวกต่อการเข้าตรวจเช็ค ดูแลก่อนเกิดความเสียหาย ด้วยระบบการแจ้งเตือนอัตโนมัติ เมื่ออุปกรณ์หรือระบบต่างๆ ภายในบ้านถึงรอบการดูแล พร้อมบริการเสริมอื่นๆ (On-Demand Service) ที่เลือกได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย เป็นต้น

ทั้ง 2 นวัตกรรมบริการพัฒนาโดยบริษัทลูกที่ชื่อว่า เคลย์มอร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นเรื่องของนวัตกรรม ส่วนอีกนวัตกรรม คือ ‘YourNextU’ เป็นเรื่องของการศึกษาออกแนวธุรกิจเชิงสังคมที่เอพีต้องการการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมให้ดียิ่งขึ้นโดยบริษัทลูกที่ชื่อว่า ‘เอสอีเอซี’

“เอสอีเอซี เป็นอีกธุรกิจของเอพีที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาความรู้ ความสามารถของคนในองค์กร และคนในสังคม ผ่านการสร้างนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้อย่าง ‘YourNextU’ ในรูปแบบของ Learning Buffet Model โมเดล ด้วยหลักสูตรเพื่อการพัฒนาศักยภาพแบบรอบด้านกว่า 300 หลักสูตร ทั้งแบบในคลาสเรียน และออนไลน์” วิทการกล่าว
นิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล
ขณะที่ นิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล Executive Director ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน หรือเอสอีเอซี (SEAC) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า YourNextU คือ นวัตกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อ Disrupt การศึกษาครั้งแรกของโลก ด้วยการเป็น World-Class Education Service กับโมเดลการเรียนรู้แบบ Learning Buffet Model เรียนแบบไม่สิ้นสุด เรียนซ้ำได้อย่างไม่จำกัดกับคลาส และโปรแกรมระดับโลกกว่า 300 หลักสูตร

โดยมีรูปแบบการเรียนรู้ทั้ง   1. Classroom อบรมในห้องเรียนกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในหลักสูตรต่างๆ 2. Social Learning การเรียนรู้ในรูปแบบแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูล หรือเรื่องราวจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการเรียน วิทยากร นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หรือผู้นำทางความคิด 3. Online เรียนรู้เนื้อหาผ่านออนไลน์ พร้อม Subtitles ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกเวลา และสถานที่ที่ผู้เรียนสะดวกได้ 4. Library คลังความรู้ที่ผู้เรียนสามารถดาวน์โหลดได้อย่างไม่จำกัด
ทั้งนี้ ผู้เรียนสามารถเลือกหัวข้อ และรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะกับตนเองได้อย่างอิสระ ไม่จำกัดหัวข้อ และจำนวนครั้งภายในระยะเวลา 1 ปี  ด้วยค่าบริการเพียง 12,000 บาท/ปี

วิทการ ตบท้ายว่า เบื้องต้นคาดว่าใน 3 ปี จะมีรายได้จาก 3 นวัตกรรมนี้ประมาณ 3,000 ล้านบาท และหลังจากนี้จะยังมีนวัตกรรมอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของ Quality of Life ออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนผลประกอบการ 5 เดือน เอพี มียอดขายแล้ว 17,500 ล้านบาท

ขณะที่ไตรมาสแรกมียอดขาย 12,500 ล้านบาท ในช่วง 2 เดือนของไตรมาสที่ 2 มียอดขาย 5,000 ล้านบาท โดยที่ไม่ได้มีการเปิดโครงการใหม่ และหวังว่า เมื่อได้รัฐบาลใหม่ มีทีมเศรษฐกิจเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะภาคการส่งออก

นวัตกรรมนำร่องทั้ง 3 คือ การนับหนึ่งของการเข้าสู่ธุรกิจบริการอย่างเต็มตัว โดย เอพี ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 6,000 ล้านบาท ในปี 2565 แต่ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ การสร้างความเชื่อมั่น และความพึงพอใจให้กับลูกค้า เพื่อการก้าวต่อที่มั่นคงและยั่งยืน 

Share:

ดวง-ธุรกิจวันจันทร์ที่ 10-วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562


โดย...ภัทร์มนต์  ศักดิ์ชุศรณ์
lux_payagon@hotmail.com

ฤกษ์มงคลประจำสัปดาห์
  • วันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2562 เวลา  09.49-15.29 น. เหมาะติดต่อประสานงาน  เดินเรื่องเกี่ยวกับการต่างประเทศ ขอวีซ่า 
  • วันพุธที่ 12 ธันวาคม 2562   เวลา 10.29-13.49 น. เหมาะสมัครงานใหม่  เซ็นสัญญาระยะยาว  วางมัดจำอสังหาริมทรัพย์
  • วันศุกร์ที่ 14  ธันวาคม 2562 เวลา  06.09-11.59 น. และ 13.49-17.59 น. เหมาะแจ้งขอเปลี่ยนชื่อ  จดทะเบียนบริษัท  จดลิขสิทธิ์  เปิดกิจการร้านอาหารและเครื่องดื่ม   เปิดบริษัททัวร์  เปิดกิจการท่องเที่ยว การโรงแรม  
  • วันเสาร์ที่ 15  ธันวาคม 2562 เวลา   09.49-15.39 น. เหมาะเข้าพบผู้ใหญ่เพื่อขอความช่วยเหลือ  เจรจาประนอมหนี้ เดินเรื่องขอกู้ยืม ซื้อยานพาหนะ เปิดบัญชีธนาคาร   
ท่านที่เกิดวันอาทิตย์ 
เกณฑ์ดวงชะตาโดยรวมแล้วมีความราบรื่นดีอยู่  คุณจะได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง หรือจากผู้ใหญ่ ส่วนในเรื่องการงานมีเกณฑ์ต้องรับผิดชอบมากขึ้น งานที่คั่งค้างหรือติดขัดอยู่กว่าจะสำเร็จได้ก็เหนื่อยจนหืดขึ้นคอ การเงินเหมาะกับการวิ่งเต้นและการต่อรองผลประโยชน์ คุณมีโชคอย่างฟลุ๊กๆ จากการเสี่ยงโชค ความรักระวังการมีปัญหาข้อขัดแย้งกับคู่ครอง  ปัญหาเก่าๆ และเดิมๆ แต่ก็ไม่ได้หนักหนาหรือรุนแรงอะไรนัก สุขภาพดี อุบัติเหตุให้ระวังความประมาทของตนเอง

ท่านที่เกิดวันจันทร์   
สัปดาห์นี้คุณอาจต้องระวังในการมีปากเสียงกับหุ้นส่วนและคู่ครองรวมถึงบริวาร จะเจอปัญหาเก่าๆ ที่ยืดเยื้อมายาวนาน  ซึ่งควรจะประคองสิ่งต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปก่อน อย่าวู่วามเป็นอันขาด   การงานต้องวุ่นวายจะมีคนมาขอความช่วยเหลือด้านการงาน และมีการเดินทางเพื่อติดต่อด้านงานบ่อยขึ้น  สำหรับท่านที่มีกิจการของตัวเองให้ระวังการขัดแย้งกับหุ้นส่วนในเรื่องเงินๆ ทองๆ ด้วย การเงินค่อนข้างดีแต่ไม่สามารถเก็บไว้ได้ มีเรื่องการใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่จำเป็นอีกด้วย โชคลาภมักได้เป็นของขวัญของฝากมากกว่าเป็นตัวเงิน ความรักระวังการใช้อารมณ์จะทำให้เรื่องยิ่งไปกันใหญ่ค่อยๆ พูดจากัน ระวังบุคคลที่ 3 จะทำให้มีเรื่องขึ้นได้ ระวังอุบัติเหตุเกี่ยวกับของร้อนหรือระบบไฟในยานพาหนะ ต้องหมั่นตรวจเช็คดูให้เรียบร้อย

ท่านที่เกิดวันอังคาร   
สัปดาห์นี้ค่อนข้างดีสำหรับคุณ เพราะปัญหาต่างๆ เริ่มคลี่คลายแก้ไขได้เป็นเปลาะๆ การเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใครก็จะได้รับความช่วยเหลือดี การงานจะมีผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือ และคนรอบข้างก็ให้ความร่วมมืออย่างดีด้วย ความสำเร็จที่รอคอยมานานจะสัมฤทธิ์ผล ถ้ามีการลงทุนอาจต้องระวังและรอบคอบหน่อยจะดีกว่าโดยเฉพาะเรื่องการตลาด  อย่าตัดสินใจอะไรโดยไม่คิด การเงินค่อนข้างดีและหมุนเวียนได้ อาจมีงานจรหรืองานพิเศษมาให้อย่างฟลุ๊กๆ ได้   ความรักไม่เด่นเท่าไหร่นัก เรียกได้ว่าเรื่อยๆ  แต่ถ้าท่านยังไม่มีใครระวังการไปแอบรักแอบชอบคนที่เจ้าของ สุขภาพควรใส่ใจในเรื่องของโรคประจำตัว ระวังการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ โรคกระเพาะ

ท่านที่เกิดวันพุธ  
สัปดาห์นี้ที่มีความล่าช้าในหลายๆ เรื่อง รวมถึงคุณได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้างการงานจะมีความวิตกกังวลและมีอุปสรรคที่ทำให้เกิดความล่าช้า  มีความเหน็ดเหนื่อยกับการวิ่งเต้นขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่นัก  ระวังบริวารเพศตรงข้ามจะนำปัญหาปวดหัวมาให้ การเงินไม่สามารถเก็บได้ต้องหมดไปกับบริวารหรือคนใกล้ตัวซึ่งมีแนวโน้มว่าจะใช้เงินมากกว่าเดิม  ไม่เหมาะจะลงทุนเพิ่ม ความรักสำหรับท่านที่มีการคบหายังคงต้องดูและศึกษานิสัยใจคอกันอยู่  อย่าตัดสินใจในบางเรื่องด้วยอารมณ์ สุขภาพระวังไข้หวัด และอุบัติเหตุจากของร้อนและของมีคมด้วย

ท่านที่เกิดวันพุธกลางคืน
การดำรงชีวิตในรอบสัปดาห์นี้ไม่ค่อยมีปัญหาหรืออุปสรรคเท่าไหร่  ปัญหาจะแก้ไขได้ในระดับหนึ่ง  ให้รู้จักอดทนและรอคอยบ้าง เตือนว่าอย่าแก้ปัญหาแบบผักชีโรยหน้าจะเสียหายได้ในภายหลัง  การงานหากมีปัญหาหนักหน่วงให้ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่จะทำให้งานสำเร็จได้ง่ายขึ้น  สิ่งต่างๆ ที่คุณทุ่มเทจะปรากฏผลให้ชื่นใจ และจะได้รับคำชมผู้ใหญ่ได้เห็นผลงานและพร้อมที่จะให้สิ่งตอบแทนกับคุณ  การเงินมีทิศทางที่การหมุนเงินของตัวเองเป็นหลักใหญ่  การติดต่อซื้อขายหรือการเป็นนายหน้าจะประสบความสำเร็จ แต่อาจเสียเปรียบเรื่องผลประโยชน์กับผู้ร่วมงานบ้าง ความรักต้องระวังอารมณ์ความใจน้อยของคนรัก สุขภาพดี

ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี
สัปดาห์นี้ต้องไม่คาดหวังอะไรมากนักเพราะมีเกณฑ์เกิดความคลาดเคลื่อน  ส่วนในเรื่องหน้าที่การงานไม่โดดเด่นมากนัก และต้องระวังใกล้ชิดกับผู้ใหญ่จะทำให้เหนื่อยกว่าเดิม  ในด้านการลงทุนเป็นช่วงที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป และพอเห็นกำไรเล็กๆ น้อยๆ อยู่เหมือนกัน   การเงินไม่ค่อยสมหวังเท่าไหร่นัก ให้ระวังการทะเลาะกับคนใกล้ตัวในเรื่องเงินทองไว้บ้าง  ถ้าคุณมีลูกหนี้อยู่ยังไม่เหมาะกับการทวงหนี้สิน มีโชคลาภจากการเป็นนายหน้า หรือการได้พบช่องทางรายได้พิเศษเพิ่มเติมมากขึ้น  ความรักมีเรื่องหึงหวงให้ปวดหัว  สุขภาพการเจ็บไข้เพียงน้อยนิดถ้าไม่ดูแลตัวเองจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นได้  อุบัติเหตุ ระวังถูกสัตว์ขบกัด

ท่านที่เกิดวันศุกร์   
สัปดาห์นี้ค่อนข้างดีแต่ก็ยังมีเรื่องให้ต้องคบคิด ในเรื่องการงานค่อนข้างจะประสบความสำเร็จแต่ต้องลงมือบู๊ลุยเอง  แม้จะได้รับความร่วมไม้ร่วมมือจากคนรอบข้างด้วยดี แต่ต้องระวังการใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ให้มาก ระวังการออกความเห็นจะเกิดบาดหมางใจกับเพื่อนร่วมงานได้  การติดต่อประสานงานประสบความสำเร็จดี การเงินระวังการจับจ่าย อาจถูกหยิบยืมเงินให้หนักใจ ช่วงสัปดาห์นี้เหมาะกับการติดต่อขอเครดิตหรือการได้เงินจากสิ่งที่คุณรออยู่ อาจเป็นเงินหรือทรัพย์สินจากหุ้นส่วนหรือคู่ครอง ความรักระวังการมีปากเสียงอย่าเอาแต่ใจจะเกิดปัญหาใหญ่ได้ ระวังอุบัติเหตุเกี่ยวกับยานพาหนะ

ท่านที่เกิดวันเสาร์   
สัปดาห์นี้ทุกอย่างเป็นไปได้อย่างดี ปัญหาหรืออุปสรรค์ที่เคยมีอยู่จะค่อยๆ หมดไป ความสำเร็จได้มาหาคุณอย่างน่าพอใจทีเดียว งานค่อนข้างจะไปแบบสบายๆ เรื่อยๆ และเหมาะจะนำเสนอโครงการใหม่ หรือมองหาช่องทางการลงทุน การต่อยอดในธุรกิจได้ผลดี รวมถึงจะได้รับการร่วมไม้ร่วมมือจากผู้ใหญ่และคนรอบข้าง เป็นช่วงที่เหมาะมองหางานตัวใหม่ การเงินจะผ่อนคลายมีความสำเร็จในเรื่องเงินทองมีมากขึ้น   ความรักสดใสหวานชื่นได้โชคจากคนรัก   สุขภาพระวังเกี่ยวกับช่องท้อง หรือกระเพาะอาหารไว้บ้างรวมถึงดูแลเรื่องการกินด้วย ถ้าเป็นอะไรรีบรักษาจะได้ไม่บานปลาย อุบัติเหตุเกิดจากความเร่งรีบของคุณ

Share:

Upgrade 25 ทำเลทั่วกรุงรองรับโครงข่ายรถไฟฟ้า(ตอนที่ 2)

ในร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 จะมี 25 พื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ที่ได้ถูกปรับสีการใช้ประโยชน์ที่ดินอัพเลเวลให้เข้มข้นขึ้น เพื่อรองรับกับระบบขนส่งมวลชนทางรางเส้นทางปัจจุบันและในอนาคต โดยเฉพาะการขยายตัวของพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางกว่า 60,000 ไร่ กระจายอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกและฝั่งเหนือของกทม.

สำหรับในตอนแรกได้กล่าวถึงบริเวณที่มีการ Upgrade ไปแล้ว 10 บริเวณ ติดตามอ่านได้ที่
Upgrade 25 ทำเลทั่วกรุงรองรับโครงข่ายรถไฟฟ้า(ตอนที่ 1) ส่วนอีก 15 บริเวณที่เหลือมีดังนี้
บริเวณที่ 11 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.4) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.7) บริเวณถนนศรีนครินทร์ เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)
บริเวณที่ 12 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.7) เป็นพาณิชยกรรม (พ.5) บริเวณถนนศรีนครินทร์และถนนบางนา-ตราด เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)
บริเวณที่ 13 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.5) บริเวณถนนอ่อนนุช เพื่อรองรับการเพิ่มความหนาแน่นของย่านที่อยู่อาศัยชานเมือง
บริเวณที่ 14 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.2) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3) บริเวณถนนเจ้าคุณทหาร เพื่อรองรับการเพิ่มความหนาแน่นของย่านที่อยู่อาศัยชานเมือง
บริเวณที่ 15 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม (ก.1) เป็นชนบทและเกษตรกรรม (ก.3) โดยการปรับปรุงระบบการป้องกันน้ำท่วมและ การระบายน้ำบริเวณพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร
บริเวณที่ 16 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4 เดิม) เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4) เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์ชุมชนเกษตรกรรมในเขตหนองจอก
บริเวณที่ 17 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.5) เป็นพาณิชยกรรม (พ.3) บริเวณศูนย์ชุมชนชานเมืองหนองจอก เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์ชุมชนชานเมืองด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร
บริเวณที่ 18 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4 เดิม) เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4) เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์ชุมชนเกษตรกรรมในเขตหนองจอก
บริเวณที่ 19 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4 เดิม) และที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.7) บริเวณศูนย์ชุมชนชานเมืองลาดกระบัง เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์ชุมชนชานเมือง ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร
บริเวณที่ 20 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4 เดิม) เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4) เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์ชุมชน เกษตรกรรมในเขตลาดกระบัง
บริเวณที่ 21 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.5) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.8) และที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.7) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (ย.11) บริเวณถนนเพชรเกษม ถนนกัลปพฤกษ์ และถนนเอกชัย เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ท่าพระ-บางแค) สายสีแดง (หัวลำโพง-มหาชัย) และสายสีเขียว (บางหว้า-ตลิ่งชัน)
บริเวณที่ 22 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม (ก.2) เป็นที่ดิน ประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.3) ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3) ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6 และ ย.8) และพาณิชยกรรม (พ.4) เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) สายสีเขียว (บางหว้า-ตลิ่งชัน) และสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) และการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองตลิ่งชัน
บริเวณที่ 23 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4 และ ก.5 เดิม) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.2) ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.1) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3) ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.5) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.8) และ ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.9) บริเวณถนนพระราม 2-และถนนกาญจนาภิเษก เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (หัวลำโพง-มหาชัย)
บริเวณที่ 24 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4 เดิม) เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4) เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์ชุมชนเกษตรกรรมในเขตทวีวัฒนา
บริเวณที่ 25 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4 เดิม) เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4) เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์ชุมชนเกษตรกรรมในเขตหนองแขมและเขตบางขุนเทียน

อ่าน Upgrade 25 ทำเลทั่วกรุงรองรับโครงข่ายรถไฟฟ้าตอนที่ 1

Share:

แก้ปัญหาบ้านแคบ


Photo by Pixabay
เมื่อที่ดินในเมืองราคาแพงแต่เรามีงบประมาณเท่าเดิม เราจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องซื้อบ้าน หรือห้องชุดซึ่งมีพื้นที่ที่เล็กลง ยิ่งถ้าเป็นคอนโดฯ กลางเมืองเพื่อให้สะดวกกับการทำงาน คาดเดาได้เลยว่าห้องชุดของเราจะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 22 -28 ตารางเมตร และหากขยับออกไปปลายสายรถไฟฟ้าเราอาจได้เป็นเจ้าของทาวน์เฮ้าส์ในพื้นที่ประมาณ 16 ตารางวา

มาเปลี่ยนขอจำกัดด้านขนาดพื้นที่ใช้สอยให้เป็นเรื่องสนุก กับการหาวิธีออกแบบตกแต่งที่เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่ต้องไปจ้างนักออกแบบกันดีกว่านะครับ

เริ่มที่การแบ่งพื้นที่
ก่อนอื่นต้องเริ่มด้วยการสร้างพื้นที่ใช้สอยเพราะด้วยเหตุผลของพื้นที่ที่จำกัด เราต้องสร้างความต่อเนื่องของพื้นที่แต่ละโซนเข้าด้วยกัน โดยใช้ประตูบานเลื่อน หรือบานเฟี้ยมแทนผนังทึบตัน เพราะปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ แต่ถ้าเปลี่ยนผนังไม่ได้ลองปรับมาใช้วัสดุที่มีลายเส้นแนวตั้งจะช่วยให้ห้องดูสูงขึ้น และลายเส้นนอนจะช่วยให้ดูลึกขึ้น

กระจกเงา ตัวช่วยที่หาง่ายๆ
ติดกระจกในบางพื้นที่ของผนังจะช่วยลดความรู้สึกอึดอัดคับแคบ ความโปร่งของกระจกสามารถขยายขนาดพื้นที่ให้ดูกว้างขวางขึ้นโดยไม่ต้องแต่งเติมอะไร ลองติดกระจกในมุมที่แคบที่สุดของบ้านดูก็ได้นะครับถ้าเลือกในตำแหน่งที่ตรงกับหน้าต่างบ้านก็ยิ่งดี หากในบ้านไม่มีเด็ก หรือผู้สูงอายุแนะนำติดกระจกตลอดแนวผนัง แทนที่จะเป็นวอลเปเปอร์ หรือสีทาบ้านแบบเดิม กระจกเงาหลอกตาทำให้บ้านดูกว้างขึ้นครับ

ผนังสีอ่อนและแสงสว่าง…ช่วยได้
สำหรับบ้านที่มีเด็ก หรือผู้สูงอายุ การทาสีห้องด้วยโทนอ่อน การแต่งด้วยผนังสีอ่อน อย่างสีครีม สีเทา หรือสีเหลืองจาง ๆ จะช่วยให้พื้นที่ดูกว้างได้เช่นกันและเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า และควรเลือกทาผนังบางด้านด้วยสีเข้มก็ดูมีมิติที่ลึกขึ้น เพิ่มแสงสว่างภายในห้องยิ่งห้องมีแสงสว่างมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ห้องไม่ดูอับ ห้องนอนพื้นที่ขนาดเล็กก็สามารถตกแต่งผนังหัวเตียงด้วยดีไซน์แบบซ่อนไฟให้มีแสงนวลตา ก็ช่วยให้ห้องเล็กดูกว้างขึ้นได้เช่นกันครับ

เพิ่มพื้นที่เก็บของ
เมื่อบ้านดูกว้าง สิ่งสำคัญต้องไม่รกรุงรัง เราควรทำพื้นเก็บของอย่างเป็นสัดส่วนด้วยการบิวท์อินชั้นวางของสูงจรดเพดาน หรือจะเป็นเฟอร์นิเจอร์แยกชิ้นก็ได้แต่ต้องมีวิธีติดตั้งที่แน่นหนาปลอดภัย เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะกับการแต่งบ้านขนาดพื้นที่จำกัด เพราะนอกจากชั้นวางของขนาดสูงแบบนี้จะมีพื้นที่เก็บของ ความสูงแบบต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง ช่วยให้บ้านดูโอ่อ่ามากขึ้นด้วยครับ

เฟอร์นิเจอร์...เพิ่มพื้นที่
การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอย ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากนะครับ หากพื้นที่เป็นมุมกว้างลักษณะยาวทะลุไปยังอีกฟากซึ่งทำให้บ้านดูไม่ค่อยสมส่วน อาจแก้ปัญหาได้ด้วยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์เข้ามุมในบริเวณนั้น เพื่อให้บ้านดูมีมิติและสมส่วนมากขึ้น การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถพับเก็บ ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้และเคลื่อนย้ายได้ง่าย ก็สามารถใช้งานได้หลากหลายในพื้นที่เดียวกัน หรือจะเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบขาโปร่ง ใช้วัสดุใสหรือมีขนาดกะทัดรัดพอดีกับการใช้งาน ก็ลดความอึดอัดลงได้เยอะ

หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ก็ควรเพิ่มฟังก์ชั่นลิ้นชักเก็บใต้เตียง หรือทำตู้แบบปิด และเลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือตกแต่งห้องด้วยโทนสีขาว ผสมกับกระจกซึ่งจะช่วยให้ห้องดูกว้าง โล่งโปร่ง และดูสบายตา ทำ
         
บ้านที่มีขนาดพื้นที่จำกัดไม่ควรมืดทึบ แสงสว่างเปรียบเหมือนตัวช่วยขยายพื้นที่ที่ดีมากๆ จุดไหนที่มืดทึบไม่ค่อยมีแสง ควรติดตั้งโคมไฟเพิ่มเข้าไป หรือจะใช้เทคนิคตกแต่งผนังให้เล่นกับแสงไฟ โดยอาจจะทาสีสว่างๆ ตรงผนังส่วนที่แสงไฟจะสะท้อนมากระทบ เพื่อเพิ่มความสว่าง หรือออกแบบไฟซ่อนให้ส่องขึ้นฝ้าเพดาน หรือส่องลงผนัง ช่วยให้ห้องดูเบา กว้าง และมีมิติมากขึ้น

ลองปรับเปลี่ยนดูนะครับเพื่อบ้านที่ดูกว้างขวางเกินราคา

Share:

LTV ป่วนอสังหาฯ ยอดขายร่วง 10-25%



มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยการคุมอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to value ratio-LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เห็นภาพที่ชัดเจนแล้วว่าได้ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างแรง ล่าสุดบริษัทรายใหญ่อย่างบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ประเมินตัวเลขผลกระทบจากการคุม LTV หลังจากมาตรการบังคับใช้มาได้ 2 เดือนเศษ พบว่า ยอดขายลดลงอย่างชัดเจน

LTV ทุบยอดขาย2เดือนร่วง 10-25%
“ในเดือนเมษายน-พฤกษภาคม 2 เดือนหลังจากใช้มาตรการ LTV ประกอบกับ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากความไม่ชัดเจนของการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ภาวะการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของต่างชาติที่ลดลง ทำให้ยอดขายโดยรวมลดลงประมาณ 10-25% ขึ้นอยู่กับประเภทโครงการและทำเล โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทลงมาที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะเดียวกัน ผลของมาตรการ LTV ทำให้ธนาคารค่อนข้างระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อยอดปฏิเสธสินเชื่อจึงเพิ่มขึ้นเป็น 7-8%” สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง กล่าว
สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการรวม 5 เดือนของพฤกษา ยังคงเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ เพราะได้ตุนยอดขายจากไตรมาส 1 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเร่งขาย เร่งโอนกันก่อนที่มาตรการ LTV จะบังคับใช้ ทำให้ 5 เดือนแรกยังเสมอตัว

“ชีวิตช่วงนี้คงต้องเหนื่อยขึ้น แต่ต้องพยายามวิ่งสู้ฟัด” สุพัตรา กล่าวเชิงปลุกใจ พร้อมเสนอแนะไปยังธปท.ด้วยว่า อยากให้ช่วยผ่อนคลายมาตรการลงบ้าง เพราะตอนนี้มีความรู้สึกว่า tight เกินไปหน่อยสำหรับผู้ประกอบการ

แนะปลดล็อกกู้ร่วม-บ้านหลังที่สอง
เรื่องแรกคือ ผู้กู้ร่วมที่ติดร่างแหจากมาตรการ LTV นี้ด้วย อยากขอปลดล็อคให้ผู้กู้ร่วม ยังมีสิทธิในการซื้อบ้านหลังแรกของตัวเองได้

เรื่องที่สองคือ ขอผ่อนปรนให้กับการซื้อบ้านหลังที่สอง เพราะถือเป็น new norm ของคนชั้นกลางที่ซื้อบ้านหลังที่สองไว้ในเมืองใกล้ที่ทำงาน

นอกจากนี้ ยังขอฝากไปถึงรัฐบาลใหม่ ช่วยพิจารณาปรับเกณฑ์ในการสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองด้วยการลดค่าธรรมเนียมโอน และจดจำนองสำหรับการซื้อบ้านไม่เกิน 1 ล้านบาท อยากจะขอขยับราคาขึ้นเกินกว่า 1 ล้านบาทอีกสักหน่อย เพื่อให้คนที่ต้องการบ้านหาซื้อบ้านได้จริงๆ  เพราะทุกวันนี้บ้านราคา 1 ล้านบาท ไม่มีใครทำได้แล้ว

ในขณะเดียวกัน พฤกษา เองก็พยายามปรับตัวแบบวิ่งสู้ฟัด เพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ ตั้งแต่การเลือกเปิดโครงการใหม่จะต้องคัดมาอย่างดี ชนิดที่เรียกว่า ถ้าไม่ปังก็ไม่เปิด รวมถึงการขับเคลื่อนองค์กรผ่าน Digital Transformation ในมิติต่างๆ

ล่าสุดคือ การเปิดตัวแคมเปญการตลาด  “PRUKSA Living Tech”  ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ลงไปสู่สินค้าของพฤกษาทั้ง14 แบรนด์  เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยพร้อมเทคโนโลยีที่ทำให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ของพฤกษา

บิ๊กอสังหาฯดึงแพลทฟอร์มดังเสริมทัพ
รวมถึงการเป็น Strategic Partner ร่วมกับช้อปปี้ ผู้ให้บริการแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เปิดตัว Pruksa Official Shop ที่ Shopee เพิ่มช่องทางการขายให้เข้าถึงผู้บริโภคในยุคดิจิทัลมากขึ้น ช่วยต่อยอดธุรกิจในช่องทางออนไลน์ให้พฤกษาสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานทั่วประเทศ และยังมีแพลทฟอร์มอื่นๆ ที่จะเข้ามาเสริมทัพอีกในอนาคต

นอกจากพฤกษาแล้ว ยังมีอีกหลายๆ บริษัทรายใหญ่ที่เริ่มจับมือกับแพลทฟอร์มรายใหญ่ เพื่อเสริมจุดแข็งในด้านใดด้านหนึ่งให้กับบริษัท อย่างเช่น บริษัท บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ก็ได้ร่วมกับช้อปปี้ในการทำตลาดผ่านแพลทฟอร์มอีคอมเมอร์ซเช่นกัน หรือในช่วงก่อนหน้านี้ บริษัท แสนสิริ ก็ได้ผนึกพันธมิตรรายใหญ่ อเมซอน-ไมโครซอฟท์-ดิจิทัล เวนเจอร์ เพื่อการเป็น Digital Real Estate Developer อย่างเต็มตัว
เอพีผนึกไลน์แมน
ขณะที่ เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ก็ปักธงในสายดิจิทัลมาได้พักใหญ่แล้ว โดยการร่วมทุนกับแพลตฟอร์มรวมช่างอย่างฟิกซิ (Fixzy) ตั้งบริษัทให้บริการหลังการขาย เป็นต้น ล่าสุด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ 'ไลน์แมน' แพลทฟอร์มการให้บริการแบบ on-demand เพื่อร่วมกันมอบดีลพิเศษๆ สำหรับลูกค้าเอพีที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว หรือทาวน์โฮมกว่า 75,000 ครอบครัว ผ่านบริการต่างๆ จาก ‘ไลน์แมน’ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกวิถีการใช้ชีวิตของคนกรุง

โหมโปรเร่งดันยอดก่อนปิดไตรมาส 2
ขณะเดียวกัน บริษัทรายอื่นๆ ก็ต่างพยายามดิ้นรนเอาตัวรอกจากสถานการณ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ โดยจะเห็นว่า ในช่วงนี้ หลายๆ บริษัทยิงแคมเปญกระตุ้นยอดขายกันอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง เพื่อเร่งยอดขายอีกระลอกก่อนจบไตรมาส 2 เช่น บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เปิดแคมเปญสอดรับกับมาตรการภาครัฐที่สนับสนุนให้ผู้ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ภายใต้แคมเปญ “ให้เยอะ ใจต้องนิ่ง” กับ 2 โครงการ ขนาด 1 ห้องนอน 28 ตารางเมตร มีเฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมหิ้วใบเดียวเข้าอยู่ ราคาเพียง 999,000 บาท

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดแคมเปญ “All eyes on me โปรดี จนไม่อาจละสายตา” นำ 6 โครงการ พร้อมอยู่ บน 6 ทำเลศักยภาพสูงสุดติดรถไฟฟ้า จัโปรพิเศษอยู่ฟรี 2 ปี! หรือ รับส่วนลดและสิทธิพิเศษสูงสุดถึง 2 ล้านบาท บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป เปิดแคมเปญพิเศษ “THANA PAY DAY” เพื่อเป็นการเร่งการตัดสินใจและแบ่งเบาภาระให้ผู้บริโภค โดยนำบ้านพร้อมอยู่ทุกโครงการ มาจัดรายการส่งเสริมการขายในราคาพิเศษลดสูงสุดกว่า 2 ล้านบาท  บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์  จัดกิจกรรมการขายโดยนำคอนโดพร้อมอยู่มาจัดโปรโมชันราคาพิเศษ  เป็นต้น

เมื่อภาวะตลาดยังคงอึมครึม รัฐบาลใหม่ยังไม่สามารถบริหารและขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ได้ ประกอบกับปัจจัยลบต่างๆ ที่ยังไม่คลี่คลาย จึงคาดว่าในช่วงเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาส 2 กิจกรรมการตลาด เพื่อกระตุ้นยอดขายก่อนปิดไตรมาสจะดุเดือดและ
เข้มข้นมากยิ่งขึ้น




Share:

ธอส.คลอด 4 แพ็คเกจปล่อยกู้ 2.55 หมื่นล้านหนุนคนไทยมีบ้าน


ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ธอส.ทุ่ม 2.55 หมื่นล้าน คลอด 4 แพ็คเกจปล่อยกู้ประชาชน-ข้าราชการซื้อบ้าน ดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้นที่ 2.95% ส่วนดอกเบี้ยกู้สร้างบ้านเริ่มต้นที่ 2.79%

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดสินเชื่อปล่อยใหม่ในปี 2562 ซึ่งธนาคารกำหนดเป้าหมายไว้ที่ 203,000 ล้านบาท ธอส. ได้จัดทำแพ็กเกจผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์การกู้ และสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าหลากหลายอาชีพ ทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ และบริษัทเอกชน ภายใต้กรอบวงเงินรวม 25,500 ล้านบาท มุ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้มีบ้านเป็นของตนเองด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงในสถาบันครอบครัว และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้

1.สินเชื่อบ้านสำหรับพนักงานประจำบริษัทเอกชน (กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท) ให้กู้สำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไปที่เป็นพนักงานประจำบริษัทเอกชน หรือเป็นพนักงานประจำบริษัทเอกชนในหน่วยงานที่ทำข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) กับ ธอส.ภายใต้โครงการ “Corporate Synergy” และไม่มีสวัสดิการประเภทอื่นกับ ธอส. อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 เท่ากับ MRR-3.45% ต่อปี (3.30%) ปีที่ 4-5 เท่ากับ MRR-1.50% ต่อปี (5.25%) และปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้กรณีลูกค้ารายย่อยที่หน่วยงานทำ MOU กับ ธอส. อัตราดอกเบี้ย MRR-0.75% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี

กรณีกู้ซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกหรือกู้เพื่อชำระหนี้ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.75% ต่อปี) วงเงินให้กู้ขั้นต่ำ 1 ล้านบาทสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อหลักประกัน วัตถุประสงค์ให้กู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หรือซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย พร้อมกับวัตถุประสงค์การซื้อที่อยู่อาศัย ฟรี!! ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 0.1% ของวงเงินทำนิติกรรม ให้ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี

นอกจากนี้ สำหรับผู้กู้ที่ยังเป็น หรือเคยเป็นลูกค้าสินเชื่อของ ธอส. รวมถึงผู้ที่ได้รับการแนะนำจากญาติพี่น้องที่เป็น หรือ เคยเป็นลูกค้าสินเชื่อของ ธอส. ที่ยื่นกู้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ดังนี้ ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-3.60% ต่อปี (3.15%) และปีที่ 4-5 เท่ากับ MRR-1.65% ต่อปี (5.10%) ยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2562

2. สินเชื่อ “บ้าน Happy Life” (กรอบวงเงิน 5,000 ล้านบาท) สำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไปและลูกค้าสวัสดิการไม่มีเงินฝากที่มีวงเงินกู้ตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 คงที่ 2.95% ต่อปี ปีที่ 2-3 เท่ากับ MRR-3.80% ต่อปี (2.95%) ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี

กรณีกู้ซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR วัตถุประสงค์ให้กู้เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ไถ่ถอนจำนอง ซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัยพร้อมกับไถ่ถอนจำนอง  ซื้อที่ดินเปล่าที่เป็นทรัพย์ NPA ของ ธอส. และให้กู้เพิ่มสำหรับลูกค้าปัจจุบันเพื่อปลูกสร้าง ต่อเติม ขยาย และซ่อมแซม ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี กำหนดยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 กันยายน 2562

3. โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อบุคลากรภาครัฐ ปี 2562 (กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท) สำหรับข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงาน/เจ้าหน้าที่ของรัฐและอื่นๆ ธนาคารกำหนด อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ MRR-3.76% ต่อปี (2.99%) ปีที่ 2 เท่ากับ MRR-3.00% ต่อปี (3.75%) ปีที่ 3 เท่ากับ MRR-2.50% ต่อปี (4.25%) ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี

ยกเว้นกรณีกู้ชำระหนี้หรือซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR ให้กู้เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ไถ่ถอนจำนอง ชำระหนี้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย และซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ฟรี!! 1.ค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง และ 2.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 0.1% ของวงเงิน กู้ ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี กำหนดยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2562

4. สินเชื่อปลูกสร้างบ้าน ภายใต้บริษัทรับสร้างบ้าน (สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน และสมาคมไทยรับสร้างบ้าน ปี 2562 (กรอบวงเงิน 500 ล้านบาท) อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 เท่ากับ MRR-3.96% ต่อปี (2.79%) ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี

กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป อัตราดอกเบี้ย MRR – 0.50% ต่อปี ให้กู้เพื่อปลูกสร้าง ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้าง ไถ่ถอนจำนองพร้อมปลูกสร้าง หรือซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกฯ พร้อมกับปลูกสร้างหรือไถ่ถอนจำนอง ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี กำหนดยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2562

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่สินเชื่อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์

Share:

Upgrade 25 ทำเลทั่วกรุงรองรับโครงข่ายรถไฟฟ้า(ตอนที่ 1)

ในร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 จะมี 25 พื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ที่ได้ถูกปรับสีการใช้ประโยชน์ที่ดินอัพเลเวลให้เข้มข้นขึ้น เพื่อรองรับกับระบบขนส่งมวลชนทางรางเส้นทางปัจจุบันและในอนาคต โดยเฉพาะการขยายตัวของพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางกว่า 60,000 ไร่ กระจายอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกและฝั่งเหนือของกทม.
สำหรับร่างผังเมืองกทม.ได้มีการปรับเพิ่ม-ลด พื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินตามประเภทดังนี้
  • ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย เนื้อที่ตามผังเมืองกทม.ฉบับปัจจุบันมีจำนวน 273,957.82 ไร่ หรือคิดเป็น 27.97% ในร่างผังเมืองกทม.ฉบับใหม่ ปรับลดลงเหลือ 246,116.80 ไร่ คิดเป็น 25.13% หรือลดลง 27,841.02 ไร่ โดยไปเพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาปานกลางแทน 
  • ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ในผังเมืองกทม.ฉบับปัจจุบัน มีเนื้อที่ 155,050.51 ไร่ คิดเป็น 15.83% ร่างผังเมืองกทม.ฉบับใหม่ จะปรับเพิ่มเป็น 216,033.61 ไร่ คิดเป็น 22.06% หรือเพิ่มขึ้น 60,983.10 ไร่ เพื่อรองรับการอยู่อาศัยในพื้นที่เขตเมืองชั้นกลาง 
  • ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ในผังเมืองกทม.ฉบับปัจจุบัน มีเนื้อที่ 66,734.68 ไร่ คิดเป็น 6.81% ร่างผังเมืองกทม.ฉบับใหม่ เพิ่มเป็น 67,115.86 ไร่ คิดเป็น 6.85% หรือเพิ่มขึ้น 381.17 ไร่ แม้ที่ดินสำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากจะเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่พื้นที่การก่อสร้างอาคารจะเพิ่มขึ้นจากการปรับค่า FAR หรือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (Floor Area Ratio) 
  • พื้นที่พาณิชยกรรม ในผังเมืองกทม.ฉบับปัจจุบันมีเนื้อที่ 42,802.44 ไร่ คิดเป็น 4.37% ปรับเพิ่มเป็น 49,074.20 ไร่ หรือคิดเป็น 5.01% เพิ่มขึ้น 6,271.75 ไร่ 
  • พื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ในผังเมืองกทม.ฉบับปัจจุบันมีเนื้อที่ 150,203.63 ไร่ คิดเป็น 15.34% ลดลงเหลือ 53,779.61 ไร่ คิดเป็น 5.49% เนื้อที่ลดลง 96,424.02 ไร่ 
  • พื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม ในผังเมืองกทม.ฉบับปัจจุบันมีเนื้อที่ 234,899.86 ไร่ คิดเป็น 39.32% เพิ่มเป็น 293,702.67 ไร่ คิดเป็น 29.99% หรือเนื้อที่เพิ่มขึ้น 58,802.82 ไร่ 
สำหรับ 25 พื้นที่ที่มีการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย 
ผังเมืองกทม.
บริเวณที่ 1 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.7) บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตและถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) และรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี)
ผังเมืองกทม.
บริเวณที่ 2 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6) เป็นพาณิชยกรรม (พ.5) บริเวณถนนพหลโยธิน ถนนแจ้งวัฒนะ และถนนรามอินทรา เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-คูคต) และรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี)
ผังเมืองกทม.
บริเวณที่ 3 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.4) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.8) และที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.5 และ ย.7) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (ย.11-และ ย.13) บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน ถนนลาดพร้าว และถนนรัชดาภิเษก เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) รถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-คูคต) และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)
ทำเลทอง
บริเวณที่ 4 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3-และ ย.4) เป็นที่อยู่อ าศัยหนาแน่นปานกล าง (ย.6-แล ะ ย.7) บ ริเวณถนนรามอินทรา ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนนวมินทร์ถนนเสรีไทย ถนนรามคำแหง และถนนลาดพร้าว เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) สายสีน้ำตาล (แคราย-บึงกุ่ม) สายสีเทา (วัชรพล-ท่าพระ) สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)
ผังเมืองกทม.
บริเวณที่ 5 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.1) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.2) บริเวณถนนหทัยราษฎร์ เพื่อรองรับการเพิ่มความหนาแน่นของย่านที่อยู่อาศัยชานเมือง
ทำเลทอง
บริเวณที่ 6 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6) และที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.10) และพาณิชยกรรม (พ.3) บริเวณศูนย์ชุมชนชานเมืองมีนบุรี เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี)
ทำเลทอง
บริเวณที่ 7 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรมไทย (ศ.1 และ ศ.2) เป็นสถาบันราชการ การสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ (ส.) ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (ย.11) และพาณิชยกรรม (พ.1 และ พ.2) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์
ทำเลทอง
บริเวณที่ 8 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.8) บริเวณถนนเจริญนคร และพาณิชยกรรม (พ.3) บริเวณถนนบรรทัดทอง เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (พ.6) เพื่อส่งเสริมการประกอบกิจกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ทำเลทอง
บริเวณที่ 9 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (ย.9-และ ย.10) เป็นพาณิชยกรรม (พ.7) บริเวณถนนรัชดาภิเษก เพื่อรองรับการขยายพื้นที่ย่านพาณิชยกรรมศูนย์กลางรอง
ทำเลทอง
บริเวณที่ 10 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (ย.8) และสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ (ส.) เป็นพาณิชยกรรม (พ.5) บริเวณท่าเรือกรุงเทพ เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล-ท่าพระ)
Share:

Real Society 6/6/62


สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้งเปิดเผยว่า พฤกษาได้เปิดแคมเปญการตลาด  “PRUKSA Living Tech” ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ลงลึกไปสู่สินค้าของพฤกษาทั้ง14 แบรนด์  เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยพร้อมเทคโนโลยีที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้น  ครอบคลุมการอยู่อาศัยทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ Healthy Green  Safety และ Smart ที่ได้นำมาใช้ในโครงการทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียมของพฤกษาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยได้เนรมิต “PRUKSA Living Tech Space”  เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบของ Glass House ให้ผู้สนใจเข้าชมตั้งแต่วันที่ 6-16 มิถุนายน 2562 ที่อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก อารีย์ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของพฤกษา

 VIVE เอกมัย-รามอินทรา
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดตัวบ้านคุณภาพ 3 โครงการใหม่ 3 ทำเล โครงการ VIVE เอกมัย - รามอินทรา บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 3 แบบ ในซอยโยธินพัฒนา 3 ราคา 39-80 ล้านบาท สนใจคลิก http://bit.ly/2HVQRpz โครงการ นันทวัน รามอินทรา - พหลโยธิน 50 คฤหาสน์สไตล์ Tuscany ราคา 20-35 ล้านบาท สนใจคลิก http://bit.ly/2JVD5W0 และโครงการ มัณฑนา 2 บางนา กม.7 บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่  4 แบบ ราคา 10-25 ล้านบาท สนใจคลิก http://bit.ly/2Wnv6I2

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ คัดโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ บนทำเลแนวรถไฟฟ้าใจกลางเมือง 3 ทำเล ได้แก่  มาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี มาเอสโตร 02 ร่วมฤดี มาเอสโตร 39 สุขุมวิท 39 และคอนโดฯ ติดหาดจอมเทียน รีเฟล็คชั่น จอมเทียน บีช พัทยา มาจัดโปรโมชั้นลดราคาพิเศษ เพียงลงทะเบียนที่ www.mde.co.th หรือ ที่งาน รับส่วนลด 100,000 บาท และหากลูกค้าจองในงานรับส่วนลดเพิ่มอีก 50,000 บาท ระหว่างวันที่ 10-6 มิถุนายน 2562 ที่บูธเมเจอร์ฯ โซน Star Dome ฝั่ง South ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร.02-116-1111




วรรธนะ เจริญนวรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วนชัย กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทได้โมเดลธุรกิจใหม่ ลดความเชื่อมโยงกับตลาดคอมโมดิตี้ส์ของโลก หันมาทำตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น โดยการสร้างตลาดปลายน้ำใหม่ๆ ตลาดค้าปลีก และ ตลาดสินค้าไม้สำเร็จรูปทดแทนธรรมชาติ เพิ่มการขายสินค้าในประเทศเป็น 50% จากเดิมที่มีเพียง 20% โดยขณะนี้บริษัทกำลังตั้งบริษัทย่อยขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อ “วนชัย วู้ดสมิธ” เพื่อเข้าสู่ตลาดการค้าปลีก และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ภายในสิ้นปี 2562 จะเปิดได้ 20 สาขาร่วมกับกลุ่มไดนาสตี้ คาดจะสร้างยอดขายในปีนี้จำนวน 300 ล้านบาท และภายในปี 2564 จะเปิดได้อีก 60 สาขา จะมียอดขาย 4,000 ล้านบาท

เสรี สินธุอัสว์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและเลขานุการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยถึงรายได้ของบริษัทฯ ในไตรมาสแรก ประจำปี 2562 อยู่ที่ 1,314.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 37 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้  962.1 ล้านบาท ทั้งนี้การเติบโตของรายได้ดังกล่าว เป็นการยืนยันถึงผลประกอบการในไตรมาสแรก ที่ประสบความสำเร็จตามแผนกลยุทธ์ และทิศทางการดำเนินงานที่วางไว้ มั่นใจทั้งปี 2562 ยอดรับรู้รายได้ตามเป้าหมาย 4,650 ล้านบาท

ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น ในเครือ แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กรุ๊ป เป็นผู้แทนมอบเสื้อมูลค่า 250,000 บาท ให้กับประชาชนผู้มาร่วมบริจาคโลหิตในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2562 ภายใต้สโลแกน “Safe blood for all – โลหิตปลอดภัย ทั้งผู้ให้และผู้รับ” โดยปีนี้เน้นการสร้างความตระหนักและความจำเป็นของโลหิตที่ปลอดภัย โดยกำหนดการจัดงานคือวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายนนี้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
Share:

Real Society 5/6/62


อังคณา ลิขิตจรรยากุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดองค์กร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท  และ อากาธา โซห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ร่วมทำ Strategic Partner เปิดตัว Pruksa Official Shop ที่ Shopee พร้อมด้วย Exclusive Deal ซื้อ Pruksa Voucher มูลค่า 10,000 บาท ในราคาพิเศษเพียง 6 บาท สามารถใช้จองโครงการทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียมทำเลศักยภาพกว่า 59 โครงการ มากกว่า 700 ยูนิต  ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน-6 กรกฎาคม นี้เท่านั้น  ความร่วมมือครั้งนี้จะเพิ่มช่องทางการขายให้เข้าถึงผู้บริโภคในยุคดิจิทัลมากขึ้น ช่วยต่อยอดธุรกิจในช่องทางออนไลน์ให้พฤกษาสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานทั่วประเทศ ถือเป็นการยกระดับอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าสู่อีคอมเมิร์ซอย่างเต็มรูปแบบ

บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค โดยชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับ นายมาซามิ คิตะฮาชิ ประธาน บริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี (สิงคโปร์)  เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการ Lake Forestry โครงการบ้านเดี่ยวระดับกลางภายใต้มาตรฐานญี่ปุ่น มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท ในทำเลถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่ บนพื้นที่ขนาด 322 ไร่ ระดับราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ล้านบาท มีกำหนดเปิดตัวโครงการในปี 2563 ระยะเวลาพัฒนาโครงการตั้งแต่ปี 2563 - 2570  ถือเป็นโครงการบ้านแนวราบโครงการแรกที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และ “ซูมิโตโม ฟอเรสทรี” สานต่อจากโครงการ ไฮด์  เฮอริเทจ ทองหล่อ คอนโดสูง 45 ชั้น และ คอนโดริมแม่น้ำ ถนนเจริญนคร เพื่อเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะเปิดตัวในปีนี้

บริษัท แซง-โกแบ็ง เวเบอร์ จำกัด (ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง กาวยาแนว ผลิตภัณฑ์ป้องกันน้ำรั่วซึมจับมือ เอสซีจี โดย บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ - ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ร่วมกัน เดินหน้ายกระดับคุณภาพงานก่อสร้าง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระบบการกันซึม ปูกระเบื้องสำหรับห้องน้ำสำเร็จรูปเอสซีจี (SCG Modular Bathroom) พร้อมทำการตลาด และรับประกันสินค้าและการใช้งานร่วมกันภายใต้ชื่อ “ระบบกันรั่วซึมและระบบปูกระเบื้องโดย แซง-โกแบ็ง เวเบอร์”  เพื่อตอกย้ำเรื่องคุณภาพ เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในวงการก่อสร้าง และตอบโจทย์การก่อสร้างแบบ Off-Site Construction ในประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

ก่อนจะย้าย Sales Gallery ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ โครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36 โครงการร่วมทุนระหว่าง บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กับ กลุ่มฮ่องกง แลนด์ จัดโปรโมชั่นพิเศษชวนชมห้องตัวอย่างในสถานที่จริงกับข้อเสนอและแพคเก็จสุดพิเศษ อาทิ จัดเต็ม Fully Furnished, Apple Collection Package หรือส่วนลดพิเศษ รวมมูลค่าสูงสุดถึง 1 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังเตรียม Exclusive Event ในวันที่ 8-9 มิถุนายนนี้ เพื่อชวนทุกๆ ท่านมาร่วมสัมผัสกับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ของคอนโดมิเนียมแห่งเดียวที่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีทองหล่อ ถูกออกแบบไว้อย่างพิถีพิถัน จากดีไซเนอร์ชั้นนำระดับสากลอย่าง SOM โดยสามารถลงทะเบียนร่วมงาน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1221


ต่อศักดิ์ เลิศศรีสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย ฤทธิชัย บรรลือลาภ รักษาการผอ.ฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกบ้านในโครงการแอมเบอร์ คอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าสถานีแยกติวานนท์โดยภายในงานมีการประกวดการแต่งกายในสไตล์โบฮีเมี่ยนชิงรางวัลบัตรที่พักโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว Club devacances เมื่อเร็วๆ นี้















Share:

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania

ติดตามผ่าน Facebook

คลิปวิดีโอน่าสนใจ

ข่าวฮอต

Upgrade 25 ทำเลทั่วกรุงรองรับโครงข่ายรถไฟฟ้า(ตอนที่ 1)

ในร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 จะมี 25 พื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ที่ได้ถูกปรับสีการใช้ประโยชน์ที่ดินอัพเลเวลให้เข้มข้นขึ้น เพ...

ค้นหาบล็อกนี้

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Translate